® ใบอนุญาตเลขที่ 11/08655 | เปิดทำการ จันทร์-ศุกร์ ( 09.00 - 17.30 น. ) วันเสาร์ ( 09.00 - 15.00 น. )
@imaginetour imaginetourservice
 02-868-3699  099-392-9399
® ใบอนุญาตเลขที่ 11/08655 | เปิดทำการ จันทร์-ศุกร์ (09.00 - 17.30) วันเสาร์ (09.00 - 15.00)
หน้าหลัก   บทความท่องเที่ยว   9 วิวชิค ชวนมาแชะที่ เวียดนามกลาง

9 วิวชิค ชวนมาแชะที่ เวียดนามกลาง

834
View

9 วิวชิค ชวนมาแชะที่ 'เวียดนามกลาง'

วันนี้ Imagine Tour จะพาไปลุยเวียดนามกลางกันบ้าง ว่ามีสถานที่เด่น ๆ อะไรบ้างที่คุณห้ามพลาด สวยจน Unesco จัดให้เป็นมรดกโลกเชียว…ลุย!!!

ฮอยอัน

เป็นเมืองเก่าที่เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม หรือวัฒนธรรมอันน่าอัศจรรย์ที่ทุกคนไม่ควรพลาด

สะพานญี่ปุ่น ถือเป็นสัญลักษณ์ในเมืองฮอยอัน โดยมีการตั้งชื่อสะพานเป็นภาษาเวียดนามว่า หลายเหวี่ยนเกี่ยว มีความหมายว่า สะพานแห่งมิตรไมตรี ก่อสร้างโดยชุมชนชาวญี่ปุ่น ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เพื่อเชื่อมย่านอยู่อาศัยของชาวจีนกับญี่ปุ่นที่อยู่คนละฟากฝั่งเข้าด้วยกัน ตัวสะพานเป็นทรงโค้ง หลังคามุงกระเบื้องสีเขียวและเหลืองเป็นคลื่น กลางสะพานมีเจดีย์ทรงจัตุรัสที่ผู้ผ่านไปมามักหยุดสักการะ หัวสะพานฝั่งหนึ่งมีรูปปั้นลิง อีกฝั่งเป็นรูปปั้นสุนัข อันแสดงถึงระยะเวลาในการสร้างสะพานแห่งนี้ตามปีนักษัตร

วัดฟุกเกี๋ยน นอกจากจะเป็นศูนย์กลางของการเที่ยวชมเมืองโบราณฮอยอันแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดอีกด้วย สถานที่แห่งนี้ ใช้สำหรับเป็นที่พบปะของคนหลายรุ่นที่อพยพมาจากฟุกเกี๋ยนที่มีแซ่เดียวกัน ใช้เป็นที่ระลึกถึงถิ่นกำเนิดและบูชาบรรพบุรุษอีกด้วย  มีจุดเด่นอยู่ที่งานไม้แกะสลักลวดลายสวยงามน่าชม ที่นี่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์จีนหรูหรา ในสมาคมมี 3 อาคารหลัก คือ ศาลเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ศาลบรรพบุรษชาวฟุกเกี๋ยน และศาลเจ้าแม่ทับทิม(ทินเห่า) ที่นี่มีทั้งนักท่องเที่ยว และชาวเวียดนามเข้ามากราบไหว้ขอพรสิ่งศักด์สิทธิ์ทุกวัน

เรือกระด้ง หรือเรือตะกร้า ในอดีตนั้น เอาไว้ใช้ขนของระหว่างเรือลำใหญ่ ลักษณะจะเป็นตระกร้าไม้ไผ่สานครึ่งวงกลม ทาน้ำยาเคลือบกันน้ำ ในปัจจุบันนำมาใช้ในการท่องเที่ยว พานักท่องเที่ยวนั่งเรือตะกร้า ล่องไปตามแม่น้ำชมระบบนิเวศน์และธรรมชาติ ที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนาน


ดานัง

สะพานมังกร หรือ “สะพานเกิ่วรอง” สะพานข้ามแม่น้ำฮันที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพ การฟื้นคืนประเทศ และเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศของเมืองดานัง ความโดดเด่นของสะพานอยู่ที่ตัวมังกรสีทองขนาดใหญ่พาดยาวตลอดสะพานที่มีความยาว 666 เมตร กว้าง 37.5 เมตร ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน นักท่องเที่ยวดานัง จะได้เห็นการแสดงลมหายใจแห่งไฟ ตัวมังกรถูกประดับประดาด้วยหลอดไฟ LED กว่าพันหลอด ส่องสว่างสวยงามในยามค่ำคืน

บานาฮิลล์ คือยอดขุนเขาสูงลิบที่ถูกเนรมิตเป็นหมู่บ้านฝรั่งเศส ที่จำลองเมืองให้เป็นปราสาทเทพนิยายบนขุนเขาวิวทะเลหมอกที่ดานัง การจะไปให้ถึงบานาฮิลส์ ต้องเดินทางขึ้นรถกระเช้าไฟฟ้าประเภทไม่มีการหยุดแวะ (แบบเคเบิลเดี่ยว) โดย Ba Na Hills cable car เป็นกระเช้าไฟฟ้าที่ติดอันดับสถิติ กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ถึงสี่อันดับ ได้แก่ การเป็นเคเบิลคาร์สลิงเดียวที่ยาวที่สุด (5,801 เมตร) การเป็นเคเบิลคาร์ที่มีระยะทางระหว่างสถานียาวที่สุด (1,368 เมตร) การเป็นเคเบิลคาร์ที่มีสายเคเบิลยาวที่สุดถึง 11,587 เมตร และการเป็นเคเบิลคาร์ที่มีสายเคเบิลหนักที่สุดในโลกถึง 141.24 ตัน

วัดลิงค์อึ๊ง ในภาษาเวียดนามมีความหมายว่า สมความปรารถนาทุกประการ เมื่อพูดถึงวัดนี้ก็จะนึกถึงองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ประดิษฐานด้านหน้าวัด ซึ่งมีความสูงโดดเด่นถึง 67 เมตร หรือเท่าอาคาร 30 ชั้น ถือได้ว่าเป็นองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียนก็ว่าได้ ภายในรูปปั้นมี 17 ชั้น แต่ละชั้นก็มีพระพุทธรูป 21 องค์ โดยแต่ละปางจะมีพุทธกิริยาไม่ซ้ำกัน องค์เจ้าแม่กวนอิมจะยืนหันหลังให้ภูเขา หันหน้าออกสู่ทะเลเพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองชาวประมงที่ออกไปหาปลา เสียงระฆังวัดที่ตีประสานกับเสียงคลื่นนั้นช่วยให้ชาวเรือรู้สึกสงบ และสร้างขวัญกำลังใจอย่างดีเยี่ยม


เว้

พระราชวังเว้ และหมู่โบราณสถานในเมืองที่ถูกขึ้นเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2536 ถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อของจีน ได้รับการออกแบบให้มีกำแพงล้อมรอบถึง 3 ชั้น จุดน่าสนใจของการเที่ยวชม หลังจากที่นักท่องเที่ยวข้ามสะพานเดินลองผ่านซุ้มประตูหรือกำแพงชั้นนอกเข้าไป จะได้พบกับ ซุนทานกง หรือ ปืนใหญ่ 9 เทพเจ้า ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ หมายถึงเทพ 5 องค์ ตัวแทนของธาตุทั้ง 5 คือ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ และดิน ส่วนอีก 4 องค์ เป็นตัวแทนของฤดูกาลทั้ง 4 ฤดูใน 1 ปี ถ้าต้องการชมพระราชวังเว้ให้ครบต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันและใช้พละกำลังมาก แต่ก็คุ้มค่าที่จะเสียเพราะการเรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมแบบไหนก็คงไม่ดีเท่าเห็นของจริง

วัดเทียนมู่ เป็นพุทธสถานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ถือเป็นวัดในพระพุทธศาสนาตามลัทธิเชน ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนานิกายมหายานในประเทศจีน เจดีย์แห่งนี้จะมีลักษณ์เป็นเจดีย์ 8  เหลี่ยม สูง 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัด มีรูปปั้นเทพเจ้า 6 องค์ คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือน เจดีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล และความเป็นสุขของประชาชนในเมืองนี้

สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ เป็นเพียงสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกร่วมกับตะวันตก เกิดจากการผสมผสานแบบสุดขั้วระหว่างจีนและยุโรป สุสานแห่งนี้ถูกสร้างในสมัยจักรพรรดิไคดิงห์ เพื่อใช้เป็นสุสานของพระองค์ แต่แล้วไม่ทันสร้างเสร็จก็ทรงสิ้นพระชนม์ไปเสียก่อน บ๋าวได่ พระราชโอรส จึงสร้างแล้วเสร็จ สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี ได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่า ลานชั้นสองถูกเรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือน กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน นิพนธ์โดยพระเจ้าบ๋าวได่ เพื่อรำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ ตลอดจนสร้างรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ ซึ่งสร้างที่ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2465 ตั้งอยู่บนยกพื้น ด้านบนของสุสาน


ติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นจาก Imagine Tour Service

เพียงแค่คุณกรอกอีเมลแล้วกดส่งพร้อมรับ โปรโมชั่นดี ๆ อีกมากมาย
กรุณากรอกอีเมลล์ให้ถูกต้อง